Stress and Life
ความเครียดกับชีวิต
ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยทั่วไปแล้วความเครียดเป็นสภาพของจิตใจและร่างกายที่ถูกกระตุ้นให้แสดงออกต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม อันเป็นการปรับตัวซึ่งอาจจะเป็นการต่อสู้หรือแล้วแต่บุคคลนั้นความเครียดทำให้เรามีความรับผิดชอบและกระทำสิ่งต่าง ๆ ไปด้วยความตั้งใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันความเครียดก็เป็นสิ่งที่ส่งผลร้ายต่อร่างกายและสุขภาพของเราได้ เนื่องจากคามเครียดเป็นความกดดันที่เกิดขึ้นจากการดำรงชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ทั้ง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม บุคคลที่ปรับตัวไม่ได้ก็จะเกิดความเครียด ความเครียดที่ไม่มีการจัดการที่ดีอาจส่งผลเสียหายต่อชีวิตของท่านได้ ซึ่งในทุก ๆ ปีผู้คนทั่วโลกต่างได้รับผลหระทบของภาวะความเครียดที่มีความสัมพันธ์กับความเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางจิต ดังนี้
ผลของความเครียดต่อร่างกาย ได้แก่ ปวดหัว ปวดหลัง เจ็บหน้าอก โรคเกี่ยวกับหัวใจ อาการใจสั่น ความดันโลหิตสูง ภูมิคุ้มกันลดลง อาการมวนท้อง ประสบปัญหาการนอนไม่หลับ
ผลของความเครียดต่อจิตใจ ได้แก่ โรควิตกกังวล กระสับกระส่าย กลุ้มใจ หงุดหงิดขี้รำคาญ รู้สึกหดหู่ โศกเศร้า เกรี้ยวกราด รู้สึกไม่ปลอดภัย ขาดเป้าหมายในชีวิต เกิดภาวะที่เรียกว่า Burn out syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการทำงาน หนักเกินไป และไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อนจนเกิดอาการ เช่น สมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับเ (จิตวิทยาชาวอเมริกัน เฮอร์เบิร์ต เจ ฟรอยเดนเบอร์เกอร์ ได้นำชื่อ Burn-Out มาใช้ในการรักษาทางจิตเวชเมื่อปี 1974 ซึ่งก็คือโรคทางจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมักเกิดกับคนที่ตั้งความหวังไว้สูงเกี่ยวกับตัวเองและต้องการความเพอร์เฟ็กต์ จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายและจิตใจ) และเกิดอาการหลงลืม
ผลของความเครียดต่อพฤติกรรม ได้แก่ การรับประทานมากเกินที่ร่างกายต้องการ เกิดความผิดปกติในการรับประทานอาหาร (Undereating) ฉุนเฉียวง่าย ดื่มแอลกอฮอลล์และใช้สารเสพติด สูบบุหรี่มากขึ้น ปลีกตัวจากสังคม ร้องไห้ไม่หยุดเป็นเวลานาน ๆ (crying spells) เกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่รายงานถึงผลของความเครียดกับการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้แก่ ความเครียดทำให้เกิดโรคเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ (gastritis) และลำไส้เล็กส่วนต้น (ที่ต่อกับกระเพาะ) อักเสบ (duodenitis) โดยไม่ได้เป็นแผล (ulcer)
นักวิจัยจาก Yerkes National Primate Research Center และมหาวิทยาลัยอิมอรี่ สร้างสัตว์ต้นแบบเพื่อใช้ในการศึกษาผลของอาการเครียดเรื้อรังที่มีต่อพฤติกรรม สรีระ และการสืบพันธุ์ ในมนุษย์ โดยความเครียดเรื้อรังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและปัญหาทางร่างกายหลายอย่าง เช่น อาการกระวนกระวาย เศร้า และมีบุตรยาก จากการศึกษาในสัตว์ต้นแบบ นักวิจัยพบว่าฮอร์โมน corticotropin releasing factor (CRF) เป็นฮอร์โมนสำคัญของสมองที่มีผลต่อความเครียด โดยฮอร์โมนนี้จะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ของสมอง ทำหน้าที่แตกต่างกัน การหลั่งของฮอร์โมนนี้มีความสำคัญต่อความสามารถการปรับตัวต่อความเครียดในแต่ละวันนอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมสุขภาพของร่างกายและจิตใจด้วย หากฮอร์โมน CRF เพิ่มระดับมากขึ้นหมายถึงมีภาวะความเครียด และหากระดับฮอร์โมนลดลง หมายถึงไม่มีระดับความเครียด อย่างไรก็ตาม ความเครียดเรื้อรังทำให้ปริมาณและระยะเวลาในการแสดงออกของฮอร์โมนนี้ในส่วนของสมองที่มีความสัมพันธ์กับความกลัว อารมณ์ เช่นบริเวณส่วนของสมองที่เรียกว่า amygdale เพิ่มขึ้นด้วย ความเครียดเรื้อรังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และผลของการเพิ่มการแสดงออกของฮอร์โมน CRF อาจทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกาย เช่น อาการกระวนกระวาย ความเศร้า และมีบุตรยากได้และเพื่อศึกษาความสำคัญของ CRF ทีมวิจัยใช้ไวรัลเวกเตอร์ในการเพิ่มการผลิตฮอร์โมน CRF ในสมองส่วน amygdala ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ในหนูเพศเมีย ผลก็คือหนูหลั่งฮอร์โมนออกมาอย่างต่อเนื่องจากสมองส่วนนี้ มีพฤติกรรมกระวนกระวาย เศร้า มีความต้องการทางเพศลดลง วงจรการตกไข่แปรปรวน ซึ่งอาการเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการหลั่ง CRF ที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังรบกวนการทำงานของระบบร่างกายอย่างเห็นได้ชัด และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในหนูนั้นยังคล้ายกับสิ่งที่พบในสตรีที่มีความเครียดตลอดเวลาด้วย
มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่กล่าวสอดคล้องกันเกี่ยวกับผลของความเครียดว่าความเครียดรบกวนการทำหน้าที่ปกติของของโปรเจนสเตอโรน และฮออร์โมนลูทีไนซึ่งผ่านการทำงานของฮออร์โมนที่หลังจากกระบวนการตอบสนองของร่างกายต่อความเคีรยด ซึ่งๆได้แก่ Andrenocorticotropin (ACTH) นอกจากนี้ยังลดการผลิตโปรเจนเตอโรนจากรังไข่เพิ่มการผลิตจากต่อมหมวกไต ทำให้ระดับโปรเจนสเตอโรนแปรปรวน ไม่เหมาะต่อการทำงนาน ในช่วงเวลาปกติของระบบสืบพันธุ์เหล่านี้ ทำให้ประสืทธิภาพพระบบสืบพันธุ์ลดลง ซึ่งแสดงออกใรนรูปแบบต่าง ๆ เช่นอัตราการผสมติดต่ำ อัตราการตายของตัวอ่อนสูงและจำนวนสัตว์ที่มีปัญหาของระบบสืบพันธุ์เพิ่มขึ้น
วิธีการลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพทั้งกายและใจมีหลากหลายวิธีได้แก่
- การออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา เล่นโยคะ ฝึกสมาธิ
- ระบายความเครียดด้วยการบอกเล่าเรื่องทุกข์ใจแก่คนรอบข้างที่ไว้ใจได้
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีสมาธิในการคิดหาแนวทางแก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรอบคอบขึ้น
- รับประทานอาหารเพื่อลดความเครียด อาหารที่ช่วยคลายเครียดได้ ได้แก่ อาหารที่ให้สารทริปโตฟาน พบได้ใน ไข่ ถั่วเหลือง นมวัว เนื้อสัตว์ ไวตามินบี 6 พบในธัญพืชต่างๆ ยีสต์ รำข้าว เครื่องใน เนื้อ ถั่ว ผัก ไวตามินบี 3 พบใน ตับ เครื่องใน เนื้อ เป็ด ไก่ ปลา ถั่ว ยีสต์ และสารอาหารอื่นๆ เช่น แคลเซียม กระเทียม ดอกไม้จีน
- เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ อาจจะตามสวนสาธารณะกับครอบครัว หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดตามแต่ความสะดวก การที่เราไปในสถานที่ที่ให้ความเย็นตาสบายใจจะช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายได้
- ฟังเพลงและดนตรีเพื่อบำบัดความเครียด เพราะดนตรีช่วยทำให้มีอารมณ์เยือกเย็นลง ผ่อนคลาย ใจสงบ ดนตรีบำบัดมีทั้งเพลงบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชนิดเดียวหรือหลายชนิด เพลงที่มีเสียงคลื่นทะเล เสียงนก เสียงน้ำไหล เป็นต้น
- บำบัดความเครียดด้วยกลิ่น เนื่องจากกลิ่นเป็นการรับรู้ทางสัมผัสที่สื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ดี ท่านสามารถหาธูปหอมที่ให้กลิ่นที่สดชื่นมาจุดในห้อง หรือหยดน้ำมันหอมระเหย ในขณะนอนหรือทำงานเพื่อผ่อนคลาย หรืออาจจะแช่น้ำอุ่นๆ ไปด้วยก็ได้ กลิ่นที่เหมาะสมแล้วแต่ชอบและรู้สึกผ่อนคลาย โดยเลือกจากการดมว่ากลิ่นไหนทำให้รู้สึกดี ให้พลัง หรือช่วยผ่อนคลาย กลิ่นที่น่าสนใจ เช่น กลิ่นไม้จันทน์หอม กลิ่นกำยาน สำหรับผ่อนคลาย กลิ่นการบูร กลิ่นส้ม กลิ่นมะนาว สำหรับสร้างความสดชื่น
- ฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เริ่มด้วยการนั่งหรือนอนในท่าสบายๆ จากนั้นค่อยๆ เกร็งกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ขึ้นมาโดยอาจไล่จากปลายเท้า ข้อเท้า น่อง ต้นขา ลำตัว แขน มือ นิ้ว ไหล่ คอ ศีรษะ และใบหน้า เกร็งไว้สักอึดใจหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ ผ่อนคลายย้อนกลับไปโดยเริ่มจากใบหน้า จนถึงปลายเท้า จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อในยามที่รู้สึกตึงเครียด อึดอัด ไม่สบายใจ หรือแม้แต่ยามที่ท่านต้องการสมาธิ
- การนวดเพื่อคลายเครียด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายแล้วยังให้ประโยชน์มากมาย ได้แก่ ลดอาการปวดเมื่อย คลายความกังวลและความรู้สึกหดหู่ เพิ่มความแข็งแกร่ง ควบคุมความดันโลหิต ส่งเสริมการเจริญเติบโตในเด็ก บรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และช่วยรักษาโรคมะเร็ง (http://www.mayoclinic.com/health/massage/SA00082)
- การมองโลกในแง่ดี จะทำให้จิตใจเบิกบาน ไม่ขุ่นมัว ไม่รับสิ่งที่จะส่งผลให้จิตใจเศร้าหมองเข้ามาเก็บไว้ รู้จักปล่อยวางบางเรื่องจะช่วยให้เราไม่เครียดได้
กรกฎาคม 21st, 2010 at 8:23 am
Buy:Zithromax.Viagra Professional.Viagra.Cialis Soft Tabs.Propecia.VPXL.Levitra.Tramadol.Maxaman.Cialis.Cialis Professional.Viagra Soft Tabs.Super Active ED Pack.Soma.Cialis Super Active+.Viagra Super Force.Viagra Super Active+….