Tips on Stress Reduction
เคล็ดลับในการลดความเครียด
ความเครียดเป็นภาวะทางจิตทั่ว ๆ ไปและเป็นปฏิกิริยาของสภาพร่างกายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแต่หากความเครียดนั้นไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและทันการณ์แล้ว ความเครียดนั้นจะส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพทั้งกายและจิตของเราได้ วิธีในการลดความเครียดที่ท่านสามารถกระทำได้เองง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งยาดังนี้
1. การร้องเพลง หรือการฟังเพลง จะมีผลดีต่อร่างกาย ดังนี้ คือผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ อัตราการเต้นของชีพจร ความดันโลหิต การตอบสนองของม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และการไหลเวียนเลือด ผลของดนตรีต่อจิตใจและสมอง สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อารมณ์ สติ จินตนาการ การรับรู้สภาพความเป็นจริง และการสื่อสารทางกาย เป็นต้น
2. หัวเราะบำบัด เป็นการหัวเราะแบบรู้ตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการหัวเราะ กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนประเภท “ปลุกเร้า” เพื่อบำบัดจิตใจและฟื้นฟูร่างกาย การหัวเราะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายใน 7 ระบบได้แก่ ระบบหายใจ ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ ระบบเจริญพันธุ์ ระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ สร้างความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
3. รู้จักการปฏิเสธ การที่เรารู้จักปฏิเสธ จะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่ในภาวะจำยอมตลอดเวลาและเกิดความรู้สึกลำบากใจเมื่อต้องกระทำบางอย่างอย่างไม่สมัครใจ ทั้งนี้การปฏิเสธควรเป็นไปอย่างมีความเหมาะสมและรู้ว่าอะไรควรปฏิเสธ ไม่ควรปฏิเสธ ควรระวังกิริยามารยาทและถ้อยคำภาษาที่ใช้ในการปฏิเสธด้วย
4. หาเวลาว่างที่เป็นส่วนตัว เพื่อที่ท่านจะได้ทำอะไรก็ได้ที่ท่านกระทำแล้วรู้สึกดี เช่น การหยุดพักจากการทำงานช่วงเวลาสั้น ๆ ในการฟังเพลงโปรด หรืออ่านนิตยสารที่เบาสมอง เล่นกับสัตว์เลี้ยง สวดมนต์ แต่งกลอน แต่งเพลง ดูแลต้นไม้ หรืออะไรก็ได้ที่ท่านทำแล้วชอบและมีความสุข
5. เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวท่านใหม่ เช่น สิ่งแวดล้อมใหม่ จัดห้องนอนใหม่ด้วยสีสบายตา รูปภาพสวย ๆ ดูแล้วรู้สึกดี สดชื่น หรือด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อลดความเครียดได้ เช่น ต้นกระบองเพชรช่วยดูดรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ดอดสวยงาม ต้นลิ้นมังกรแคระช่วยเพิ่มออกซิเจนและดูดสารพิษในอาคาร หรือจะปลูกสับปะรดสี ซุ้มกระต่าย ว่านเขียวหมื่นปี บอนสีพญาเศวต ช่วยสร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้อีกทางหนึ่ง
5. ระบายความเครียดออกมาในรูปแบบของการร้องไห้ อย่าเก็บกดไว้ น้ำตาจะช่วยให้ร่างกายระบายเอาสารพิษและความตึงเครียดออกไปจากร่างกายได้ บางครั้งเมื่อได้ร้องให้ออกมาแล้วจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น หรือจะระบายออกมาในรูปของการระบายความในใจให้คนที่รู้ใจ หรือคนที่ไว้ใจได้ฟัง ก็มีส่วนช่วยให้ความเครียดลดลง สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ไม่ควรระบายคราวละหลายๆ เรื่องจนคล้ายเป็นการพร่ำบ่นนานนับชั่วโมง หรือทั้งวัน จะทำให้คนรอบข้างเกิดความเบื่อหน่ายและไม่อยากรับฟัง ซ้ำจะยังทำให้เราเครียดมากยิ่งขึ้น และเมื่อระบายความทุกข์ใจหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุของความเครียดนั้นไปแล้ว ควรขอบคุณ ขอบใจ และหาทางตอบแทนคนรับฟังด้วย
6. ค้นหาสาเหตุของความเครียดนั้น จากนั้นทำความเข้าใจและพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความเครียดในครั้งต่อมา อีกทั้งเมื่อเราทำความเข้าใจกับสาเหตุของความเรียดเราแล้ว เราก็จะเครียดน้อยลง
7. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเพื่อคลายความเครียดนั้น เราควรจะเลือกการออกกำลังกายหรือเลือกเล่นกีฬาที่เราถนัดเป็นอันดับแรก เพราะบางคนถนัดและชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบเล่นฟุตบอล บางคนชอบเต้นแอโรบิค บางคนชอบจักรยาน เป็นต้น การออกกำลังกายแบบกายบริหารบางอย่าง เช่น โยคะ มวยจีน นั้น แม้จะไม่ได้มีการออกกำลังจนเหนื่อย แต่ก็มีส่วนคลายเครียดได้มากเช่นกัน เพราะทั้งโยคะและการรำมวยจีนจะมีการรำท่วงท่าต่อเนื่องกัน ประกอบกับจังหวะหายใจเข้าและออกที่สัมพันธ์กันทำให้จิตใจเกิดสมาธิ และลดความฟุ้งซ่าน เกิดสมาธิ จะลดความวิตกกังวลและบางครั้งก็ทำให้เกิดปัญญา ในบางครั้งปัญหาเราหาทางออกไม่ได้ เพราะเรามีความวิตกกังวลและฟุ้งซ่านยิ่งคิดยิ่งตีบตัน หากจิตใจคลายตัวลงสู่ความสงบก็อาจคิดหาทางออกที่ดีได้
8. รับประทานอาหารที่ให้สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดความเครียด อาหารลดความเครียดนี้ จะเป็นอาหารที่มีสารที่เรียกว่า “ซีโรโตนิน” ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงอารมณ์ความรู้สึก และควบคุมวงจรการนอนหลับ สารตัวนี้เมื่อเข้าในสมอง จะทำให้ความเครียดลดลง ซึ่งมีในพวก คาร์โบไฮเดรต แต่ควรจะรับประทานประเภท คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลวีต ผลไม้รสหวาน โดยรับประทานอาหารที่เย็นและหวาน เช่น ผลไม้แช่เย็น น้ำผลไม้ จะทำให้สดชื่นขึ้นหากว่าเราเครียดมาเป็นระยะเวลานาน ร่างกายเราจะขาดวิตามินบีรวม,อีและซี สังกะสี โปแตสเซียม และแมกนีเซียม เพราะร่างกายต้องใช้สารเหล่านี้ในการสร้างฮอร์โมน เพราะฉะนั้นเวลาเครียดจึงควรรับประทานอาหารพวกผัก ผลไม้ หลากหลายที่มีรสเปรี้ยว เพราะมีวิตามินซีค่อนข้างมาก ได้แก่ กล้วยหอม มังคุด และส้ม ผักใบเขียว และธัญพืชต่าง ๆ
9. ชมภาพยนตร์ที่ช่วยให้คลายเครียด เช่น ภาพยนตร์ตลกช่วยให้เราหัวเราะ หรือภาพยนตร์โรแมนติกช่วยให้เรามีความสุขเบิกบานใจ ภาพยนตร์แฟนตาซีทำให้เราได้ปลดปล่อยตนเองไปกับจินตนาการ ช่วยผ่อนคลายอีกทางหนึ่ง
10. พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การที่ได้มีโอกาสพูดคุย พบปะสังสรรค์กับเพื่อนสนิท เพื่อนที่รู้ใจ ทำให้เรารู้สึกเป็นตัวของตัวเอง สบาย ๆ และผ่อนคลายได้ อีกทั้งการได้พูดคุยเป็นการส่งเสริมความสัม พันธ์อันดีระหว่างเพื่อนฝูง และได้แลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ ทำให้แนวความคิดกว้างขึ้น ได้ความรู้ใหม่ ๆ และฝึกเป็นคนที่ยอมรับฟังผู้อื่นอีกด้วย
11. เขียนบันทึก เป็นการระบายถึงสิ่งที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในใจของเรา ทำให้เราได้คลายเครียด รู้สึกสบายใจที่ไม่ได้เก็บกดความทุกข์เอาไว้ อีกทั้งการเขียนบันทึกเป็นการให้เวลาได้ทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมาและช่วยให้มองเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น
12. การนวดบำบัดเครียด การนวดเป็นวิธีหนึ่งที่คลายเครียดได้ดี ควรหาวิธีการนวดด้วยตนเองที่ง่าย สะดวก สามารถทำได้ทุกเวลา โดยหลักการนวดจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบายตัว ทำให้หายเครียดและลดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ลงได้
13. กลิ่นหอมช่วยคลายเครียด โดยเฉพาะกลิ่นหอมของดอกไม้ต่าง ๆ มีผลในการช่วย
ปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียดให้ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ เช่น กลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือน้ำมันหอมระเหยที่ท่านชอบจะช่วยให้ท่านรู้สึกสดชื่นขึ้น
14. ท่องเที่ยวเพื่อลดความเครียด อาจไปเที่ยวเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์กับใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสักพัก เช่น ท่องเที่ยวตามป่า ภูเขา ทะเล น้ำตก หรือการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น วัดวาอาราม โบราณสถาน ชมโบราณวัตถุเป็นต้น
15. เลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยลดความเครียด แต่ควรระลึกว่าสัตว์ที่ท่านนำมาเลี้ยงนั้นไม่เป็นสัตว์ต้องห้าม ไม่อันตราย และที่สำคัญท่านจะเลี้ยงไปตลอดและไม่ทอดทิ้งสัตว์นั้น การเลี้ยงสัตว์ทำให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน
เพียงเท่านี้ท่านก็จะสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดที่เกิดแกตัวท่านเองได้ เพราะความเครียดบางครั้งเราก็สามารถควบคุมได้ เพียงรู้เท่าทันและเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อนจากนั้นค่อย ๆ หาทางแก้ไขและเลือกวิธีการผ่อนคลายความเครียดที่มีความเหมาะสมแก่ตัวท่านเอง